การโจมตีแบบภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง (APT):
การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนซึ่งเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ในระหว่างนั้นผู้โจมตี (หรือกลุ่ม) ที่ไม่ถูกตรวจพบจะเข้าถึงเครือข่ายและข้อมูลขององค์กร
Botnet:
Botnet ซึ่งมาจากคำว่า “เครือข่ายหุ่นยนต์” ประกอบด้วยเครือข่ายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อที่ผู้โจมตีแพร่กระจายโค้ดที่เป็นอันตรายและควบคุมจากระยะไกล
การโจมตี DDoS ใช้ Botnet เพื่อครอบงำเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันขององค์กร ซึ่งส่งผลให้เกิดการหยุดทำงานหรือการปฏิเสธการให้บริการสำหรับผู้ใช้หรือผู้เยี่ยมชมที่ถูกต้อง
การโจมตี Drive-by download:
โค้ดที่เป็นอันตรายซึ่งจะดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติเมื่อเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งทำให้ผู้ใช้รายนั้นเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม
ชุดการเจาะระบบผ่านช่องโหว:
ชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมซึ่งใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อตรวจจับช่องโหว่และแพร่กระจาย
มัลแวร์ในอุปกรณ์
ความเป็นไปได้ที่บุคคลภายในองค์กรจะใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงที่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และทำอันตรายหรือทำให้ระบบ เครือข่าย และข้อมูลขององค์กรมีช่องโหว่
การโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MitM):
ผู้โจมตีที่ประสงค์ร้ายขัดขวางสายการสื่อสารหรือการถ่ายโอนข้อมูล โดยแอบอ้างเป็นผู้ใช้ที่ถูกต้องเพื่อขโมยข้อมูล
การโจมตีแบบฟิชชิ่งจะแอบอ้างเป็นองค์กรหรือผู้ใช้ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อขโมยข้อมูลผ่านอีเมล ข้อความ หรือวิธีการสื่อสารอื่นๆ
การโจมตีด้วยการกรรโชกผ่านมัลแวร์ที่เข้ารหัสข้อมูลขององค์กรหรือของบุคคล ซึ่งป้องกันการเข้าถึงจนกว่าจะจ่ายค่าไถ่
การโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม:
การโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดจากการโต้ตอบของมนุษย์ ซึ่งผู้โจมตีได้รับความไว้วางใจจากเหยื่อผ่านการหลอกล่อ สแกร์แวร์ หรือฟิชชิ่ง รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อทำการโจมตี
การโจมตีผ่านโซเชียลมีเดีย:
การโจมตีทางไซเบอร์ที่กำหนดเป้าหมายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นกลไกในการจัดส่ง หรือขโมยข้อมูลของผู้ใช้
ไวรัสและหนอนไวรัส:
มัลแวร์ที่เป็นอันตรายและตรวจไม่พบซึ่งสามารถทำซ้ำได้เองในเครือข่ายหรือระบบของผู้ใช้
ติดตาม Microsoft Security